"O_o~_J_o_h_n_~...'s profile< ^ _ z e _ z o _ l o _ ...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    September, 2007

    8 ข้อห้ามเวลาทะเลาะกัน

     

    1.โยนความผิดให้อีกฝ่าย

    เคยไหมที่คำว่า "คุณไม่เคยเข้าใจฉันเลย" ทำให้อะไรๆ กลับยิ่งแย่ลงไปกว่าเดิม คุณอาจจะเมินหน้าหนี ไม่พูดไม่จากัน คุณอาจจะหันหลังให้กันในขณะที่บรรยากาศแห่งความน่าอึดอัดนั้นจะยังคง อัดแน่นอยู่ในหัวใจ

    นั่นเพราะความเข้าใจกันเป็นพื้นฐานสำคัญที่ทำให้ความรักมั่นคง คุณจึงไม่ควรโทษว่าความิดพลาดหรือการกระทบกระทั่งกันด้วยเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ นั้น เป็นผลมาจากการที่อีกฝ่ายหนึ่งไม่ใส่ใจหรือรักที่นับวันจะยิ่งลดน้อยลงจนคุณรู้สึกได้บางคร้งมันอาจจะไม่เป็นเช่นนั้น เรื่องของคนสองคนไม่จำเป็นที่จะต้องมีคนผิดเสมอไปท้ายที่สุดคุณอาจพบว่าเรื่องจริงของความไม่เข้าใจนั้นอาจเกิดจากการที่คุณสองคนไม่รู้จักปรับตัวเข้าหากันก็เป็นได้

     

    2. ยกเอาจุดอ่อนของอีกฝ่ายขึ้นมาพูด

    เมื่อถึงจุดหนึ่งที่คุณไม่รู้จะยกอ้างสรรหาคำพูดอะไรที่จะมาด่าทอใส่กัน คุณอาจจะพลั้งเผลอยกเอาข้อด้อยของอีกฝ่ายขึ้นมาพูดอย่างไร้เหตุผลคุณเชื่อไหม ...หลายคู่ต้องจบกันด้วยสาเหตุจากเรื่องไม่เป็นเรื่องเช่นนี้เอง ไม่มีประโยชน์อะไรเลยที่คุณจะหยิบยกเอาจุดอ่อนของคนรักขึ้นมาพูดเพราะก่อนที่คุณจะคบกันนั่นหมายความว่าคุณสามารถยอมรับความเป็นตัวเขาหรือเธอได้ตั้งแต่แรกแล้ว ดีไม่ดีการกระทำเช่นนี้อาจทำให้คุณดูแย่ลงในสายตาคนรักและสุดท้ายคุณอาจจะกลายเป็นคนผิดในเรื่องนั้น ๆ ก็เป็นได้

     

    3. ขุดเรื่องเก่าขึ้นมาพูดเป็น "ครั้งที่ล้าน"

    เรื่องเก่าๆ ก็คือเรื่องที่ผ่านมาแล้ว ประโยชน์อะไรที่คุณจะไปรื้อฟื้นมันขึ้นมาเพื่อทำให้บรรยากาศที่มันคุกรุ่นอยู่แล้วยิ่งแยาลงไปอีก คุณรู้ไหมว่าการกระทำเช่นนั้นนอกจากจะไม่ทำให้กลับมาคืนดีกัน ความรักที่คุณสองคนเคยมีให้แก่กันก็รังแต่จะลดน้อยลงไปกว่าเดิมอีกด้วย

     

    4. ตำหนิกันไปมา

    เป็นเรื่องดีหากคนสองคนจะเปิดใจพูดกันว่าต่างฝ่ายต่างมีข้อเสียที่ต้องปรับปรุงอย่างไรแต่ที่ไม่เป็นใจอาจทำให้สถานการณ์ยิ่งเลวร้าย คุณคงไม่อาจเปิดใจกว้างรับฟฟงคำตำหนิจากอีกฝ่ายในขณะที่ความโกรธเข้าครอบงำจิตใจเป็นแน่ ถ้าอยากจะติเตียนกันแล้วล่ะก็ ...รอให้อารมณ์เย็นกว่านี้ก่อนดีไหม?

     

    5. โยนข้าวของใส่กัน

    ข้าวของในที่นี่คงไม่ได้หมายความว่าเป็นการปาหมอนใส่กันอย่างในมิวสิควิดีโอ แต่เป็นของใกล้มือ ไม่ว่าจะแก้วน้ำ จาน ชาม ของแข็ง หรืออาจจะของมีคม ที่ให้ผลไม่ดีด้วยประการทั้งปวง เพราะนอกจากของจะเสียแล้ว คุณก็อาจจะเจ็บตัว และยังได้แผลเป็นของแถมจากการทะเลาะกันอีกด้วย

     

    6. ใช้คำหยาบ

    คงเป็นเรื่องแย่ถ้าหากคุณจะต้องทนฟังถ้อยคำหยาบคายจากอีกฝ่าย ซึ่งมันคงจะไม่แปลกอะไรหรอกถ้าฝ่ายนั้นเป็นผู้ชาย ดังนั้นคุณสาวๆ โปรดจำไว้ไม่ว่าสถานการณ์จะเลวร้ายสักแค่ไหน ถ้าคำหยาบจะหลุดจากปากก็ขอให้เป็นวิธีสุดท้ายที่จะเลือกใช้อย่าปล่อยให้บรรยากาศพาไปเป็นอันขาดเชียว เพราะนอกจากจะทำให้ผู้หญิงดูแย่แล้ว เปอร์เซ็นต์ที่จะเลิกกันก็มีสูงตามไปด้วย

     

    7. พาดพิงไปถึงพ่อแม่พี่น้องหรือเพื่อนของอีกฝ่าย

    อย่าปล่อยให้เรื่องส่วนตัวกลายเป็นเรื่องส่วนรวมคุณอาจจะทะเลาะกันก็ขอให้อยู่แต่ในบ้าน แต่อย่าได้พาลไปถึงคนอื่นเป็นอันขาดเชียว โดยเฉพาะคุณสาวๆ พึงรู้เอาไว้ว่าเรื่องเพื่อนสำหรับผู้ชายถือเป็นของต้องห้ามคุณพาดพิงแม้เพียงนิดเดียว เรื่องเล็กๆ มันอาจจะกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตขึ้นมาได้ ในขณะเดียวกันคุณก็ไม่ควรกล่าวอ้างไปถึงญาติพี่น้องเขาด้วย เพราะนอกจากจะเป็นการลามปามอย่างไม่รู้กาละเทศะ คุณก็อาจกลายเป็นยายตัวร้ายในสายตาคนรักโดยไม่รู้ตัว

     

    8. ไม่พูดด้วย

    ไม่เสมอไปที่ความเงียบจะทำให้คนสองคนเข้าใจกัน การไม่พูดไม่จาอาจทำให้ได้ผลดีครั้ง แต่คุณสาวๆ ต้องอย่าลืมว่าในเรื่องที่ละเอียดอ่อนมนุษย์ผู้ชายที่มาจากดาวอีงคารเขาไม่มีวันเข้าใจ การปิดหากเงียบจึงไม่ใช่ทางออกที่ถูกต้อง คุณควรลดทิฐิในตัวเองลงเสียบ้างแล้วหันมาเปิดอกคุยก้ความละมุนละไมจะดีกว่า

     

    ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามที่ทำให้ผิดใจ แต่สิ่งที่ทำให้ความรักมั่นคงอยู่ได้ก็ขึ้นอยู่กับคนสองคนเป็นสำคัญ คิดเสียว่าบางทีช่วงเวลาที่แย่ ๆ เหล่านั้นอาจช่วยทำให้รักของคุณแข็งแรงมากขึ้นกว่าเดิม 

    August, 2007

    7 สิ่งที่ไม่ควรทำหลังการทานอาหาร!!

    1.อย่าสูบบุหรี่!!
    จากผลการทดลองของผู้เชี่ยวชาญพบว่า
    การสูบบุหรี่หลังอาหาร เทียบได้กับการสูบบุหรี่ยามปกติถึง 10 มวน
    (ทำให้มีโอกาสเป็นมะเร็งมากขึ้น ซึ่งสูบปกติก็มีโอกาสเป็นอยู่แล้ว)

    2. อย่ากินผลไม้ทันทีหลังอาหาร !!
    เพราะมันไปพองในท้องคุณ
    ให้กินผลไม้ 1 หรือ 2 ชม. ก่อนหรือหลังอาหารก็ได้จะดีกว่า


    3. อย่าดื่มน้ำชา !!
    เพราะว่าใบชามีความเป็นกรดสูง
    ทำให้โปรตีนในอาหารที่เรากินกระด้างขึ้นทำให้ย่อยยาก

    4. อย่าขยายเข็มขัดหลังกินอิ่ม !!
    เพราะเป็นเหตุให้ลำไส้ไม่ปกติ


    5. อย่าอาบน้ำหลังกินข้าว !!
    เพราะการอาบน้ำ จะทำให้โลหิตไหลเวียนไปที่มือ และเท้าทั่วร่างกาย
    เป็นเหตุให้ปริมาณโลหิตไหลเวียนบริเวณท้องก็เพิ่มขึ้น
    ซึ่งส่งผลให้ระบบการย่อยอาหารทำงานได้ไม่เต็มที่

    6. อย่าเดินหลังอาหาร !!
    แม้คุณจะเคยได้ยินว่า
    กินข้าวแล้วให้เดินสัก 100 ก้าวจะทำให้อายุยืนถึง 99 ปี !?!
    การเดินทันทีทำให้การย่อยเพื่อดูดซึมสารอาหารทำได้ไม่ดี
    ควรรออย่างน้อยสักชั่วโมงค่อยเดินถ้าต้องการ


    7. อย่านอนทันที !!
    อาหารที่รับประทานเข้าไปไม่สามารถย่อยได้เต็มที่
    อาจทำให้เกิดลมหรือแก๊สในทางเดินอาหาร
     
    August, 2007

    ทำไมยาคูลท์ถึงมีแต่ขนาด 80 cc.

     เพราะยาคูลท์เป็นผลิตภัณฑ์นมเปรี้ยวที่ได้จากการหมัก โดยเชื้อจุลินทรีย์ที่เป็นแบคทีเรียชื่อ แลคโตบาซิลลัส ที่ทำให้เกิดรสชาติเปรี้ยว เนื่องจากเกิดกรดขึ้นมาหลายชนิดระหว่างกระบวนการหมัก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกรดแลคติก ปัจจุบันใช้เชื้อชื่อ Lactobacillus Balgaricu ร่วมกับ Stroptococcus themophilus
    ในอุตสาหกรรมผลิตนมเปรี้ยวและโยเกิร์ต


    โดยปกติธรรมชาติแล้ว จุลินทรีย์ชนิดนี้มีอยู่แล้วตามทางเดินอาหารของคนเรา และเป็นจุลินทรีย์ที่ดีมีประโยชน์ ช่วยทำให้เกิดกระบวนการย่อย และหมักในทางเดินอาหารในส่วนที่ร่างกายของคนเราไม่สามารถจะย่อยได้ จุลินทรีย์กลุ่มนี้จะคอยช่วยเหลือ แต่ถ้ามีจำนวนมากเกินไปก็อาจเป็นอันตรายต่อเราได้เช่นเดียวกัน คืออาจทำให้เกิดอาการท้องเสียได้ เพราะจุลินทรีย์ผลิตกรดขึ้นมา

    ซึ่งเป็นผลทำให้ยาคูลท์ผลิตขนาดเดียว คือ 80 ซีซี ที่พอเหมาะกับปริมาณของเชื้อแลคโตบาซิลลัส โดยจะสังเกตข้างขวดที่เขียนไว้ว่า มีปริมาณเชื้อแลคโตบาซิลลัส 8.0x10 ( ยกกำลัง 9 )

    ถ้าทำยาคูลท์ให้มีขนาดขวดใหญ่พอๆ กับยาคูทล์ 6 ขวดเล็กรวมกันแล้วละก็ คงไม่ดีต่อผู้บริโภคแน่ เพราะจะทำให้ได้รับปริมาณเชื้อแลคโตบาซิลลัสมากเกินพอ หรือถ้าจะทำขนาด 450 ซีซี ขึ้นมาจริงๆ แล้ว ลดปริมาณแลคโตบาซิลลัสลงอาจจะทำได้ แต่เชื่อแน่ว่ารสชาติของยาคูลท์อาจจะเปลี่ยนไปไม่อร่อยเหมือนเคย และถ้าหากเราทานยาคูลท์วันละ 6 ขวด เพื่อความอร่อยแต่อาจเกิดโทษขึ้นได้ ทานวันล่ะขวดก็เพียงพอแล้ว

    คนที่ไม่ทานเลยก็ไม่เป็นอะไร เพราะว่าในร่างกายของเรามีจุลินทรีย์ชนิดนี้อยู่เรียบร้อยแล้ว อีกเรื่องที่ควรสังเกต เพื่อความปลอดภัยของผู้ที่บริโภคยาคูลท์ก็คือ อย่าลืมดูวันหมดอายุข้างขาดและเลือกซื้อจากตู้แช่ที่เก็บไว้ใน อุณหภูมิต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียส เพราะจะทำให้ได้จุลินทรีย์ที่พร้อมจะทำงานให้เราได้ทันทีครับ 

    โปรแกรมจับ “ผี”

    ที่ต่างประเทศมีกลุ่มที่ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องของ “ผี” หรือ Ghost (ผมว่าเขาคงจะว่างจัด) โดยได้สรุปคุณลักษณะของผีไว้เป็น Standard Night Time Ghost หรือ SNG ไว้ดังนี้
    1. ชอบปรากฏตัวในเวลากลางคืน โดยในแต่ละครั้งจะใช้เวลา 2 วินาที ถึง 10 นาที การมาแต่ละครั้งต้องใช้พลังงาน
    2. มักปรากฏตัวในที่มืด ส่วนสาเหตุที่คนเห็นได้ ก็เพราะผีมีแสงในตัวเอง เปล่งแสงประมาณ 1-20 วัตต์
    3. มีรูปร่างสีขาว มักนุ่งห่มด้วยผ้าห่อศพ หรือถ้าเป็นชุดคนก็จะเป็นสีขาว โดยจะแสดงเป็นภาพจางๆ
    4. 99% มักหันหน้าเข้าหาผู้ที่พบเจอ
    5. 90% เป็นผีคน ที่เหลือเป็นลิง หมา หรือสัตว์อื่นๆ
    6. ผู้ที่มีโอกาสเจอผีแบบประชิดตัว มักจะพบว่าอากาศรอบๆ จะเย็นลง
    7. ผีมักแสดงแค่ตัว หรือ เสียง หรือกลิ่น โอกาสที่จะแสดงพร้อมกันหมดมีน้อยมาก เพราะต้องใช้พลังงานสูงมาก

    ล่าสุดรายการทีวีในต่างประเทศ (Discovery) เขาก็ได้แนะนำโปรแกรมสำหรับจับผี โดยให้ไปดาวน์โหลดจาก http://travel.discovery.com/tv/most-haunted/most-haunted.html  จากนั้นให้ติดตั้งลงใน Smart Phone หรือ Pocket PC หลักการทำงานของโปรแกรมจะอาศัยการจับคลื่นวิทยุ ซึ่งมนุษย์ไม่สามารถรับฟังได้ด้วยหู ก็อย่างที่ทาง SNG เขาบอกไว้ไงครับว่าผีมีพลังานและคลื่นในตัว ก็เลยทำให้โปรแกรมนี้จับได้
    มีคำแนะนำสำหรับคนที่กลัวผี เขาบอกว่าให้ทำสิ่งต่อไปนี้ครับ
    1. ถ้ากลัวผีช่องแอร์ให้เปิดหน้าต่างนอน ให้กระสือมาหลอกแทน
    2. ถ้ากลัวไฟปิดเปิดเองได้ ให้ถอดหลอดไฟออกทุกดวง
    3. ถ้าอยู่ดีๆ ได้ยินเสียงเด็กหรือผู้หญิงร้องไห้ ให้ลุกขึ้นมาปลอบใจผี
    4. ถ้าผีมาขอส่วนบุญ ให้ถามว่าสามารถโอนเข้าบัญชีได้ที่วัดไหน สาขาอะไร รับบัตรเครดิตหรือเปล่า?
    5.  ถ้าถ่ายรูปแล้วติดผี ให้นำหน้าผีไปตัดต่อกับภาพโป๊ ผีจะอายไม่กล้ามาหลอกอีก

    ถ้าคุณทำตามทั้งหมดนี้รับรองว่าผีจะไม่หลอกคุณ เพราะผีคิดว่าคุณบ้าครับ อ่านจบแล้วอย่าเครียดนะครับ ขำๆๆๆๆ 

     
    โดย pornchaij @ www.arip.co.th
    April, 2007

    เหตุผลที่แท้จริงกับการสอบตก~~!!!!!!!!

    ไม่ใช่ความผิดของคุณเลยที่คุณสอบตก
    เพราะที่จริงแล้วในหนึ่งปีมีแค่ 365 วันเท่านั้น...

    1) ใน 1 ปีมี 52 สัปดาห์ แสดงว่ามีวันอาทิตย์ 52 วัน
    วันอาทิตย์เป็นวันแห่งการพักผ่อนนะ ไม่ควรเรียนหนังสือ
    เหลือวันอีก 313 วัน

    2) วันหยุดตอนปิดเทอมประมาณ 50 วัน ปิดเทอมก็ต้องเที่ยวเดะ
    แถมอากาศยังร้อนเกินไปที่จะเรียนหนังสือด้วย
    เหลือวันอีก 263 วัน

    3) เพื่อสุขภาพที่ดี คนเราควรนอนอย่างน้อย 8 ชั่วโมงต่อวัน
    นั่นคือเราจะนอนประมาณ 130 วันต่อปี
    เหลือวันอีก 141 วัน

    4) เพื่อสุขภาพที่ดีอีกเช่นกัน คนเราควรหาเวลาเล่นกีฬา
    อย่างน้อย 1 ชั่วโมงต่อวัน นั่นคือประมาณ 15 วันต่อปี
    เหลือวันอีก 126 วัน

    5) คนเราจำเป็นต้องได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน
    และควรใช้เวลาในการค่อยๆ เคี้ยวและกลืนอาหาร
    เพื่อให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    นั่นคือ เราควรให้เวลากับการกินประมาณ 2 ชั่วโมงต่อวัน คือ 30 วันต่อปี
    เหลือวันอีก 96 วัน

    6) คนเราเป็นสัตว์สังคมต้องมีการสื่อสารกับผู้อื่น
    ดังนั้น เราควรให้เวลาในการพูดคุยกับผู้อื่น
    อย่างน้อยวันละ 1 ชั่วโมง คิดเป็น 15 วันต่อปี
    เหลือวันอีก 81 วัน

    7) วันสอบทั้งมิดเทอม ทั้งไฟนอลอีกเกือบ 35 วัน
    คุณจะเอาเวลาสอบไปเรียนหนังสือเหรอ???
    เหลือวันอีก 46 วัน 

    8) วันหยุดตามเทศกาล และวันหยุดนักขัตฤกษ์ต่างๆ อีกกว่า 40 วัน
    (ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าวันหยุด)
    เหลือวันอีก 6 วัน

    9) แล้วต้องเผื่อว่าเราไม่สบายขึ้นมาอีก
    จะได้มีเวลารักษาตัวประมาณสัก 3 วัน
    เหลือวันอีก 3 วัน

    10) คนเราจะอยู่แต่กับบทเรียนก็ไม่ได้ ต้องหาความสนุกใส่ตัวบ้าง
    เช่นไปดูหนังฟังเพลงอย่างน้อยรวมๆ แล้วก็ประมาณ 2 วันต่อปี
    เหลือวันอีก 1 วัน

    11) อีกวันหนึ่งก็คือวันเกิดคุณไง!!!
    คุณจะเรียนหนังสือตอนวันเกิดคุณเหรอ... ไม่มีทาง
    เหลือวันอีก 0 วัน

    แล้วอย่างเงี้ยจะไม่ให้สอบตกได้ไงหล่ะ เหอๆๆ...!!!

    April, 2007

    มันคือ..."ความเงียบ"

    "ความเงียบ..."
    มันอยู่ในลิฟท์ ขณะเราขึ้นไปกับคนแปลกหน้า
    มันอยู่ในรถ 2 แถว หลังจากเราสบตากับคนที่นั่งตรงข้ามไป 2-3 ครั้งแล้ว
    มันอยู่ในโรงหนัง ก่อนหนังตัวอย่างจะมา
    มันอยู่ใต้ท้องทะเล ขณะเราดำน้ำ
    มันอยู่ในห้องสมุด
    มันอยู่หลังเสียงแก้วแตก
    มันอยู่ในห้องเรียน หลังจากครูถามว่า มีใครสงสัยอะไรมั๊ย
    มันอยู่ในบ้าน ตอนเราเดินปิดไฟทีละดวง ทีละดวง ก่อนเข้านอน
    .....มันอยู่ระหว่างคน 2 คนที่ไม่เข้าใจกัน

    "ความรัก...คล้ายการลอกหัวหอม ระหว่างลอกหอมทีละชั้น
    ระหว่างการเรียนรู้กันและกันทีละขั้น เป็นธรรมดาที่ต้องมีน้ำตา > > วันนี้หัวที่เคยหอมหายไปแล้ว หัวหอมไปไกลแต่น้ำตาทำไมยังอยู่ที่เรา"

    "กลิ่นของความรัก ก็เช่นเดียวกับห้องน้ำ เข้าไปแรก ๆ จะรู้สึกได้กลิ่น
    อยู่ในนั้นไปนาน ๆ จะเคยชิน จนลืมไปว่ามีกลิ่นนั้นอยู่ > > จนกว่าจะออกมาจากบริเวณนั้น และกลับเข้าไปใหม่

    ความรักเหมือนรถเมล์
    สายที่ไม่ต้องการจะมาก่อนเสมอ เมื่อไหร่รถสายที่รอจะมาหนอ บ้างที่มาคนแน่นไม่มีที่ แต่ถ้าอายุมากแล้ว รถเมล์เที่ยวสุดท้าย .... แน่นก็ต้องขึ้น"

    "ถ้าเรารักใครสักคน เราควรเปิดโอกาสให้เค้าทำผิดพลาดหลาย ๆ ครั้ง
    เพราะเราเองก็ต้องการโอกาสอย่างนั้นเช่นกัน"
     
    crd : น้าโน๊ต
    April, 2007

    จากเริ่มต้น...ถึงจุดหมาย

    “ความรัก” ของคนเรา ก็มีเท้าเดินเหมือนกัน
    เมื่อแรกเริ่ม . . . ความรักก็เดินไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
    เพราะ . . . อยากจะถึงจุดหมายที่หวังไว้



    คือ . . . ใครคนหนึ่งที่เรารู้สึกดีๆด้วย
    เมื่อสมหวังแล้วความรักก็เดินไปเรื่อยๆ
    . . . ไม่ต้องก้าวยาวและเร็ว
    . . . เดินไปตามปกติและก้าวต่อไปเรื่อยๆ
    . . . ในช่วงนี้ถ้าเดินเร็วไปอาจจะเจอหลุมและสะดุดได้
    ก็คงจะต้องเดิน . . . อย่างระมัดระวัง
    . . . และก้าวให้ได้จังหวะ . . . ที่เหมาะสม



    แต่เมื่อถึงเวลา . . . ที่ความรักผิดหวังหรือจบลง
    ความรัก . . . ก็จะเดินช้าลง
    บางทีอาจจะช้า . . . ช้าจนเหมือนเราเดินถอยหลัง

    เหมือนกับ . . . คนที่หกล้มแล้วขาเจ็บ
    จะเดินไม่ถนัดนัก . . . ต้องรอเวลาเพื่อรักษาให้แผลที่เกิดจากการหกล้มหาย
    แล้วค่อยก้าวเดินต่อไป . . . อย่างปกติ



    ความรักก็มี step ในการก้าวเดินไปอย่างนี้เรื่อยๆ
    ช้าบ้าง . . . เร็วบ้าง จนกว่าจะถึงวันหนึ่งที่เราได้เจอคนที่ใช่จริงๆ
    วันนั้น . . . ความรักคงเดินต่อไปได้เรื่อยๆ

    ถึงจะหกล้มบ้าง ตกหลุมบ้าง
    แต่ . . . ก็ยังมีคนที่คอยประคอง คอยเดินไปด้วยกัน
    ไม่ใช่หกล้มแล้ว . . . ต้องลุกเดินต่อด้วยตัวเองอีกต่อไป




    เมื่อความรัก . . . ก้าวเดิน
    เราจึงต้องก้าวตาม . . . อย่างระมัดระวัง
    จะหกล้มบ้าง จะสะดุดบ้างก็ต้องพยายามลุกขึ้น
    . . . และกลับมาเดินต่อไป ให้ได้ . . .
    January, 2007

    เรื่องเล่าจาก TV crd:DekD

    เมื่อคุณเปลี่ยนช่อง TV บ่อยๆ
    เคยดูทีวี แบบเปลี่ยนช่องไปๆ มาๆ กันไม๊?


    เริ่มกันเลยดีกว่า
    สวัสดีครับท่านผู้ชมทุกท่าน ช่อง 3 เปิดสถานีวันนี้เรามาพบกับ
    เปลี่ยนช่อง สินค้าสุขภัณฑ์ในครัวเรือนของคุณต้องได้รับการปกป้อง คุ้มครองจาก
    เปลี่ยนช่อง กองกำลังผสม ซึ่งนำโดยสหรัฐอเมริกา และอังกฤษได้บุกเข้าสู่
    เปลี่ยนช่อง สถาณีวิทยุโทรทัศน์ กองทัพบกช่อง 7 ร่วมกับ
    เปลี่ยนช่อง นางอองซาน ซูจี และสมาชิกพรรคเอ็นแอลดี ถูกกักบริเวณให้อยู่แต่ใน
    เปลี่ยนช่อง ทะเลทรายซาฮาร่า เต็มไปด้วยสิ่งมหัศจรรย์มากมายที่รอการ
    เปลี่ยนช่อง ปราบปรามกลุ่มผู้มีอิทธิพลเหล่านี้ มันถึงเวลาแล้วที่เราจะ
    เปลี่ยนช่อง การ์ดสแลช! กิลม่อนเปลี่ยนร่างเป็น!
    เปลี่ยนช่อง ประธานาธิปดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช และนายโทนี่แบล์ ได้พบปะหารือกันเพื่อ
    เปลี่ยนช่อง สุขภาพลูกน้อยของคุณ ผ้าอ้อมแพมเพอร์ส ดีต่อ
    เปลี่ยนช่อง ต่อหน้าฉัน เธอทำอย่างนั้นได้อย่างไร?
    เปลี่ยนช่อง ทำได้โดยการยิงประตูขึ้นนำในนาทีที่ 25 โดย
    เปลี่ยนช่อง อีหล้า! อีลูกไม่รักดี ตอนแกเกิดฉันน่าจะ
    เปลี่ยนช่อง โอม มะลึกกึกกึ๊ยส์ มะลึกกึกกึ๊ยส์ มะลึกกึกกึ๊ยส์
    เปลี่ยนช่อง เมื่อพระสงฆ์สวดพระคาถาจบแล้ว ลำดับต่อไป
    เปลี่ยนช่อง เชิญพบกับข่าวต่างประเทศ เราจะเริ่มกันที่การประชุม APEC ซึ่งได้ข้อสรุปว่า
    เปลี่ยนช่อง แมลงสาป น่าเกลี๊ยด น่าเกลียด ไต่กันยั๊วเยี๊ย ทำลายข้าวของ วันนี้เรา
    เปลี่ยนช่อง ไม่รอให้ฟ้า ให้ดิน ลิขิต ไม่ปล่อยให้ชีวิตผ่านไป ไม่ว่า
    เปลี่ยนช่อง การอภิปรายไม่ไว้วางใจวันนี้ อาจมีข้อขัดแย้งอยู่บ้าง แต่ในที่สุด
    เปลี่ยนช่อง สหรัฐอเมริกา ก็ประกาศอิสรภาพในวันที่ 4 ก.ค. ซึ่งส่งผลให้
    เปลี่ยนช่อง คำตอบนะครับ..... ถูกต้องนะคร้าบ!!!
    เปลี่ยนช่อง ไชโย ไชโย ไชโย กินเหล้าขวดโตแล้วหาแฟนใหม่ แฟนเก่าเขา
    เปลี่ยนช่อง คือนักสู้ผู้ยิ่งใหญ่ คือคนไทยผู้ยิ่งยง
    เปลี่ยนช่อง แล้วพบกันใหม่ วันนี้เวลา 5 นาฬิกา สำหรับตอนนี้สวัสดีครับ....


    อ่านแล้วตลกดีคับ ถ้าอ่านแล้วงง ลองอ่านข้ามคำว่า "เปลี่ยนช่อง" ไปนะคับ แล้วคุณจะรู้...

    หนังฝรั่งที่แปลแล้ว crd:dekD

    Mummy ......... แม่จ๋า

    Mummy Return.........แม่จ๋ากลับมาเถอะ

    Gone with the Wind ......... ลอยไปตามลม

    xXx ......... หนังโ ป๊

    X-Men ......... ผู้ชายหื่น

    Flyboys ......... กระหัง ??

    Dragon ball.........แก้วมังกร(อร่อยดี)

    Saving Private Ryan………………………. บัญชีสะสมทรัพย์ส่วนตัวของคุณไรอั้น (- _ -)’

    James Bond Dr. No………………………......เจมส์ พันธบัตร ตอน คุณหมอปฏิเสธ (make sense สุดๆ)

    Catch me if you can ......... จับฉันถ้าคุณกระป๋อง (เวอร์ชั่นซับนรกจริงๆ)

    Pearl harbor……………………….ท่าไข่มุก (อำเภอ ท่ามะกา)

    Saw1 Saw2 Saw3 Saw4………………....………เห็นแล้ว1 เห็นแล้ว2 เห็นแล้ว3 เห็นแล้ว4

    Home alone......... บ้านเดี่ยว

    Ghost Ship ......... ผีเล่นพนัน

    What women want ......... ผู้หญิงอยากอะไร (นั่นน่ะสิ)

    Women On Top .........ผู้หญิง (อยาก) อยู่ ข้างบน

    U-571.........คุณไม่ใช่คนแรก (อิอิ)

    8 MM......... 8 มิลลิเมตร (โห โคตรสั้นเลย)

    A whole nine yard.........ยาวทั้งหมด 9 หลา (นี่ก็โคตรยาวเลย)

    8 Mile.........12.87 กิโลเมตร

    Ocean’s eleven……………………… 11 มหาสมุทร

    Ocean’s twelve……………………….……… 12 มหาสมุทร (เป็น 20 มหาดินสอ)

    Eight below……………………….…….ใต้เลขแปด (เลขเจ็ด ??)

    20,000 leagues under the sea…………...……(ใต้ทะเลมีบอลให้แทงอีกหลายคู่)

    Mystic River ..... .........แม่น้ำ น่าสงสัย (อืมม)

    Who am I.........ผมเป็นใคร ?

    I am Sam......... ผมคือยุรนันท์

    Payback……………………….จ่ายคืนหลัง (เพราะกองหน้าโดนประกบหมด)

    Paycheck ......... จ่ายด่วน ระวังเด้ง

    Pay it forward.........จ่ายล่วงหน้า (สงสัยเป็นระบบเติมเงิน)

    Cheaper by the dozen.........เหมาโหลถูกกว่า อันนี้เป็นชื่อไทยตามแบบหนังสือเด๊ะๆ

    Twelve Monkeys.........ลิงโหลนึง (บอกแล้วว่าเหมาโหลมันถูก)

    Charlie&acute;s Angel......... นางฟ้าของชาลี

    Charlie and The Chocolate Factory......... ชาลีกับโรงงานช็อกโกแลต (มืงมีหลายอย่างจังนะชาลี)

    Firewall………………………กำแพงไฟ (ละครช่องเจ็ด หรือเปล่าพี่)

    Star wars - return of the jedi…………………… กำแพงดาว (ก็ได้ยินเป็น Star wall อะ) ภาคกลับรถที่เจดีย์

    Star gate………………………ประตูดาว (ภาคต่อของเรื่องข้างบน)

    Inside man………………………ข้างในคนผู้ชาย (หนังเรียนผ่าตัดของคณะแพทย์เหรอ)

    Dirty Dozen………………………..โหลสกปรก (ก็เอาไปล้างสิ)

    Van Helsing......... รถตู้นรกร้องเพลง

    Deep Impact ......... กระแทกลึกๆ

    Red Eyes ......... ตาแดง (ไปหาหมอสิ)

    Tomorrow Never Dies ......... พรุ่งนี้ก็ไม่ตาย

    Die Another Day ......... ตายวันอื่น (ก่อนหน้านี้มันบอก พรุ่งนี้ก็ไม่ตาย)

    The man in the iron mask .........คนผู้ชายในหน้ากากเตารีด

    Toy Story.........เรื่องของต้อย???

    Iron will ………………………..จะเหล็ก

    The Silence of the Lamb .........ลูกแกะเงียบ (หนังเศร้า ชีวิตลูกแกะใบ้)

    Die Hard ......... (ตายแข็ง - แข็งตาย)

    Corn Air ......... ข้าวโพดผึ่งลม

    Cast Away ......... ขว้างไปไกลๆ

    Windtalkers ......... ลมพูดได้

    Million Dollar Baby .........ล้านดอลจ๊ะที่รัก

    Bigfish .........ปลาบึก

    The net.........ตาข่าย

    The Matrix.........ติวคณิต พิชิตเอ็นทรานซ์

    The Fantastic 4.........4 ยอดกุมาร

    Ultraviolet.........มหาม่วง (หนังเกย์)

    The Day After Tomorrow.........มะรืนนี้

    Notting Hill.........ไม่มีอะไรที่ภูเขา

    Cat Woman.........แมวตัวเมีย

    Bat Man.........ค้างคาวตัวผู้

    จบแว้ว.....คับป๋ม.....ขอบคุน.....ที่อ่าน


    January, 2007

    49 วิธีการกินหมูกระทะ ให้สะใจ

    จะพยายามเอาให้ถึง 49 ตามที่บอกนะคับ  อิอิ
     
    1.ไม่ควรแต่งกายเมืองหนาว
     
    2.เตรียมผ้าเช็ดหน้าไปด้วย
     
    3.เครื่องดื่ม Sponsor จะช่วยได้ในยามเสียเหงื่อ
     
    4.ควรเลือกที่นั่งอยู่เหนือลมป้องกันขี้เถ้าเข้าตา
     
    5. อย่านั่งใกล้ชั้นวางเครื่องดื่มเพราะจะทำให้คุณอาจจะเปลี่ยนจากผู้บริโภคเป็นผู้บริการทันที
     
    6.ไม่ควรนั่งหันหน้าเข้าข้างฝา
     
    7.เพราะการหันหลังคีบหมูกะทะยากมาก
     
    8.ดูฮวงจุ้ยดีๆ คีบถนัด เอื้อมแขนถึง
     
    9.ไม่ควรสั่งเนื้อมากินเพราะเป็นสัตว์ใหญ่
     
    10.ไม่ควรสั่งละมั่งมากินเพราะเป็นสัตว์สงวน
     
    11.แยกหม้อถ้าไม่กินเนื้อ
     
    12.แยกหม้อถ้าไม่กินผัก
     
    13.แยกกันถ้ามันเรื่องมากนัก
     
     
    14.เตรียมดอกไม้ไปจากบ้านเพราะจะมีเด็กมาขายและทำให้เสียเงิน
     
    15. อย่าเอาดอกกุหลาบที่ซื้อมากำละ20ไปจีบสาวโต๊ะข้างๆเพราะเป็นการลงทุนต่ำทั้งเงินและสติปัญญา
     
    16.อย่าจีบเด็กเสิร์ฟขณะยกหม้อมา
     
     
    17.ไม่ควรเปิดเพลง เจ้าตาก ของคาราบาวระหว่างการกินหมูกะทะเพลงเร็วย่างไม่ทันกิน
     
    18.คีบเนื้อให้มั่นคง
     
    19.เพราะในหม้อหมูกะทะเหมืองสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า เนื้อจะหายไปอย่างไร้ร่องรอย
     
    20.หากเนื้อคุณหายให้เอาตะเกียบไปใกล้ๆตะเกียบของเพื่อนร่วมหม้อและคีบเอาเนื้อของมันมา
     
    21.แล้วท่านจะได้เนื้อของท่านคืนมา
     
    22.ไม่ควรกินเหล้าระหว่างการกินหมูกะทะเพราะจะทำให้เมา
     
    23.ถ้าเมาแล้วไม่ควรพยายามขับรถกลับบ้าน
     
    24.หรือขับหมูกะทะกลับบ้าน หรือขับรถกลับหมูกะทะ
     
    25.ถ้าไม่อยากหัวเหม็น เลือกร้านที่โอเพ่นแอร์เท่านั้น
     
    26.ชวนหญิงดูพระจันทร์ในหม้อหมูกะทะจะโรแมนติกมาก
     
    27.นักมวยควรถอดฟันยางก่อนกิน
     
    28.หยุดทำทุกอย่างขณะยกเตามา
     
    29.ไม่จำเป็นต้องกินให้หมดถ้าอิ่ม เพราะไม่ใช่โออิชิ ไม่มีปรับของเหลือ
     
    30.ไม่ต้องปั้นหน้าอร่อยเหมือนพิธีกรรายการ อร่อยบ่ายครายเครียด
     
    31.แยกให้ออกระหว่างหมูกะทะทั่วไปกับหมูกะทะแซบฮัท
     
    32.แยกให้ออกระหว่างหมูกะทะแซบฮัท กับ เดอะหมูกะทะแซบคัมปะนี
     
    33.หลอกเพื่อนไม่กินเนื้อว่านี่คือหมู
     
    34.หลอกเพื่อนไม่กินหมูว่านี่คือผักบุ้ง
     
    35.หยดน้ำมันหอมระเหยลงไปในหม้อหมูกะทะจะมีกลิ่นอ่อนๆเทอราปีช่วยครายเครียด
     
    36.คนผมยาวรวบผมให้ดี ผมสยายลงในจานเนื้อเหม็นมาก
     
    37.โกนหนวดก่อนจะดี เศษจิ้มจุ่มติดหนวดดูเซ็กซี่เกินไป
     
    38.ไปกินหลายๆคน
     
    39.แล้วแย่งกันกิน
     
    40.ร้านที่กินต้องบุฟเฟ่เท่านั้น
     
    41.ร้านแถวรามก็ดีไปเลย
     
    42.แต่อย่าไปเลยถ้าไปกินน้อยกว่า 4คน เพราะจะไม่หนุก
     
    43.เอ่อ...ล้างมือก่อนกิน
     
    44.อ่า...กินเสร็จแล้วล้างมือ
     
     
    45.อืม...เอ่อ...ยังไงดี
     
    46.อ้อ...การให้ทิป ทำให้พนักงานเสิร์ฟมีกำลังใจสู้ชีวิต
     
    47.อ่า...จะถึง49ไหมวะเนี่ย
     
    48.แบบว่า...หมูกะทะ หมูกะทะ หมูกะทะถูกเผา มันจะถูกตะเกียบจ๊ากก!! มันจะถูกตะเกียบเจี๊ยก!! คีบหมูซ้าย คีบ
    หมูขวา ร้อนจริงๆ ร้อนจริงๆ ร้อนจริงๆ <_<
     
    49.ไชโย ... ครบแล้วโว้ยยย
     
    ปล.***..ก่อนจบ คุณรู้หรือไม่ว่า หมูกะทะ หมูย่างเกาหลี หรือ จิ้มจุ่มนั้น! !!ทำมาจากเนื้อช้าง!!! นี่คือเรื่องจริง!!
    เพราะมีการพิสูจน์กันมานักต่อนักแล้ว!!
    ถ้าคุณไม่เชื่อ!! คุณไปพิสูจน์ด้วยตัวเองได้เลยตามร้านต่างๆ...
    ให้สังเกตุดู!! ว่าตรงเนื้อที่เค้าจัดมาให้เรานั้น มีงาติดมาด้วย!!..
    ( เอ้า งงๆ....งงเข้าไป )
    หรือว่าจะเถียง!!!! ว่านั่น!! ไม่ใช่งา!! โอ้!!.... เนื้อช้างชัดๆ <_<
    November, 2006

    50 ข้อดีของการไม่มีแฟน...

    1.มีเวลาทำอย่างอื่นนอกจากดูหนัง คุยโทรศัพท์ งอน ง้อ

    2.มีเวลาอยู่กับเพื่อนมากขึ้น

    3.กลับบ้านดึกก็ได้ไม่ต้องโทรรายงานใคร

    4.ไม่ต้องทะเลาะกับใคร ไม่สุขมากแต่ก็ไม่ทุกข์แล้วกัน

    5.ประหยัดค่าใช้จ่าย แบบว่าไม่รู้จะไปเที่ยวไหน ไม่ต้องคอยซื้อของขวัญอะไรให้ใคร

    6.ร้องเพลงคนไม่มีแฟนของพี่เบิร์ดได้อย่างสะใจ มันส์ในอามรมณ์อย่างสุดๆ

    7.ไม่ต้องคอยเอาใจคนอื่น

    8.ไม่ต้องพบเพื่อนของแฟนที่เราไม่อยากรู้จัก

    9.ไม่ต้องกลัวว่าจะมีใครมาแย่งแฟนเรา

    10.มีคนคอยเป็นห่วงเยอะ (และคอยถามว่าทำไมไม่มีแฟน)

    11.ไม่ต้องคอยหึงหวง ทำให้สุขภาพจิตดีขึ้นอีกเยอะ

    12.ไม่ต้องห่วงว่าเค้าจะสบายดีรึเปล่า

    13.มีเวลาให้ตัวเองเต็มที่

    14.ไม่ต้องฟังคำว่า "อนาคตของเราและรักแท้"

    15.ไม่ต้องอกหัก อันนี้สำคัญมาก

    16.ไม่ต้องกังวลว่าวันนี้จะใส่ชุดอะไรดีถึงจะถูกใจเขา

    17.ไปหาเพื่อนน่ะแต่งตัวแบบไหนก้อได้

    18.ไม่ต้องคอยเช็ค sms เผื่อว่าเขาส่งมาแล้วยังไม่ได้ส่งกลับ (เฮ้อออ....เปลืองอ่ะ)

    19.อยากหิ้ว อยากจิก ใครก็ได้ไม่มีคนคอยตามประกบ

    20.พ่อแม่จะรักเป็นพิเศษเพราะอยู่ติดบ้าน

    21.ไม่ต้องเปลี่ยนตัวเอง เพื่อเอาใจเขา

    22.ไม่ต้องรอคำสัญญาที่มันไม่เป็นความจริง

    23.ไม่ต้องคิดมาก

    24.มีทางเลือกให้กับชีวิตเพิ่มขึ้น

    25.ไม่ต้องร้องไห้

    26.ได้ทำตามใจตัวเองอย่างเป็นสุขไม่ต้องกังวลถึงเขา

    27.คิดถึงคนหลายๆ คนพร้อมกันได้

    28.คิดถึงตัวเองมากขึ้น

    29.ชินกับการอยู่บ้าน เพราะไม่มีแฟนชวนเที่ยว

    30.เล่นเน็ตได้นานสะใจ จะคุยกับใครก็ได้ม่ายมีใครหวง

    31.มีเวลาดูละครน้ำเน่าช่อง 7 ช่อง3 ช่อง 5 และ ITVมากขึ้น

    32.เข้าถึงพระธรรมได้ง่ายขึ้น (แต่ไม่ยักกะทำ)

    33.ไม่ต้องคอยโทรศัพท์

    34.ไม่ต้องเปลืองค่าโทรศัพท์โทรหา

    35.จะเหล่ใครก็ไม่มีใครว่าเพราะยังไม่มีใครถูกใจ

    36.ไม่ต้องคอยระแวงว่าคนที่เดินข้างๆ จะเป็นใคร

    37.จะทำอะไรก็ได้

    38.ไม่โดนเพื่อนด่าว่า "ลืมเพื่อน"

    39.คิดถึงใครก็ได้ที่อยากจะคิด

    40.ไม่ต้องโบ๊ะหน้าสวย, หล่อทั้งวัน

    41.ไม่ต้องปกปิดด้านชั่วของตัวเอง

    42.ไม่ต้องดัดเสียงให้ไพเราะและฟังดูน่ารัก

    43.จะทำอะไรไม่ต้องเกรงใจแฟน

    44.ใครจะจีบก็จีบไปเพราะเรา "ไม่มีแฟน"

    45.ร่างกายแข็งแรงเพราะเอาเวลาไปเล่นกีฬา ออกกำลังกาย

    46.สามารถคุยกับสาวๆ ที่สนใจได้โดยไม่รู้สึกผิดเพราะไม่มีแฟน

    47.ไม่ต้องร้องเพลงอกหัก

    48.ประหยัดนํ้าตาไว้ร้องไห้เรื่องอื่น

    49.ไม่ต้องคอยไปรับไปส่งใคร

    50.ไม่ต้องเสียเวลาเขียนไดอารี่ตอนอกหักหรือตอนถูกทิ้ง

     

    โว้วว... ไม่มีแฟนก้อดีเหมือนกัน แต่.. เหงา จะทำไงได้หล่ะ --- ได้อย่างต้องเสียอย่างดิ  อิอิ